“มท.3” ชูผังเมืองเป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศ วางรากฐานเมืองปลอดภัย รับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศและการเติบโตของเมือง

“มท.3” ชูผังเมืองเป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศ วางรากฐานเมืองปลอดภัย รับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศและการเติบโตของเมือง

     นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับการผังเมืองของประเทศให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งวางผังเมืองที่สามารถรองรับการขยายตัวของเมือง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการใช้ทรัพยากรอย่างสมดุล เพื่อสร้างความมั่นคงและการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการขยายตัวของเมือง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนภัยพิบัติที่มีความรุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การวางผังเมืองจึงไม่ใช่เพียงการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ สร้างเมืองที่ปลอดภัย น่าอยู่ มีศักยภาพในการแข่งขัน และสามารถรับมือกับความเสี่ยงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2562 ได้กำหนดกรอบให้การผังเมืองเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ กระทรวงมหาดไทยจึงมุ่งผลักดันให้การวางและจัดทำผังเมืองทุกระดับ ตั้งแต่ระดับประเทศ ระดับภาค และระดับจังหวัด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ ความต้องการของประชาชน และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อให้ทุกพื้นที่เติบโตอย่างสมดุลและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

          กระทรวงมหาดไทยจะผลักดันการพัฒนาเมืองให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยยึดหลักการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสนับสนุนการวางผังเมือง เพื่อให้ทุกพื้นที่มีความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยงในอนาคต

     “ผังเมืองที่ดี ต้องไม่ใช่เพียงการกำหนดสีของพื้นที่ แต่ต้องเป็นเครื่องมือสร้างเมืองที่ปลอดภัย น่าอยู่ และพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต เราจะผลักดันแนวคิดเมืองยืดหยุ่น (Resilient City) เมืองฟองน้ำ (Sponge City) เมืองกระชับ (Compact City) และเมืองสีเขียว (Green City) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้การพัฒนาเมืองของประเทศไทยเติบโตอย่างสมดุล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

          ด้าน นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เร่งขับเคลื่อนการวางผังเมืองให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยจัดทำ “ผังน้ำ” เพื่อเป็นเครื่องมือบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและพื้นที่รองรับน้ำให้สอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี พร้อมกำหนดมาตรการด้านผังเมืองทั้งด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและมาตรการที่ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พื้นที่เกษตรกรรมชั้นดี การคุ้มครองพื้นที่ชลประทาน การรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง อันจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ความมั่นคงด้านน้ำ และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

                            ----------------------------

By: วัฒนรินทร

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กรมชลประทานเดินหน้าโมเดลปรับปรุง “โครงการฯ ลำแชะ” โคราช

ดีอี แจงข่าวจริง "หากโดนเห็บกัด เสี่ยงทำให้สมองอักเสบ" ขอ ปชช.ระมัดระวัง

คต. อัพเกรดระบบบริการ เชื่อมฐานข้อมูล หนุนผู้ส่งออกไทยใช้สิทธิ FTA เพิ่มขีดแข่งขันการค้าในตลาดต่างประเทศ