คต. อัพเกรดระบบบริการ เชื่อมฐานข้อมูล หนุนผู้ส่งออกไทยใช้สิทธิ FTA เพิ่มขีดแข่งขันการค้าในตลาดต่างประเทศ

คต. อัพเกรดระบบบริการ เชื่อมฐานข้อมูล หนุนผู้ส่งออกไทยใช้สิทธิ FTA เพิ่มขีดแข่งขันการค้าในตลาดต่างประเทศ

      นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2569 กรมฯ ได้มีการเปิดใช้งานระบบให้บริการที่ได้ปรับปรุงใหม่ตามสถานการณ์การค้า เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ส่งเสริมการใช้สิทธิพิเศษทางการค้า รวมทั้งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้กับผู้ส่งออกไทยอย่างต่อเนื่อง จำนวน 2 ระบบ ดังนี้  1) ระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง “Self-Origin Certification (SOC)” และ 2) ระบบการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าแบบไร้กระดาษ (ROVERs Plus) โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ส่งออกจะได้รับการบริการที่รวดเร็ว และลดความยุ่งยากซับซ้อน กรมฯ ได้เปิดใช้งานระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง ภายใต้ชื่อใหม่ “Self-Origin Certification (SOC)” ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนาปรับปรุงจากระบบเดิม เพื่อให้สามารถรองรับกรอบความตกลงทางการค้าที่เพิ่มขึ้น และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบอื่นๆ ของกรมฯ ได้แก่ SMART-I SMART C/O และ ROVERs Plus รวมทั้งการตรวจสอบข้อมูลโรงงานจากฐานข้อมูลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันผู้ส่งออกสามารถขึ้นทะเบียนเพื่อเป็นผู้ส่งออกที่ได้รับสิทธิรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง ตามกรอบความตกลงทางการค้า 3 กรอบความตกลง และ 1 สิทธิพิเศษ GSP ได้แก่ 

1) ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (AWSC) 

2) ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) 

3) ตามความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZ) และ

4) การขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ในการส่งออกไปสวิสเซอร์แลนด์ และนอร์เวย์ (REX System) 

          ทั้งนี้ ระบบ SOC เป็นทางเลือกเพิ่มเติมที่ผู้ส่งออกสามารถทำการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองลงในเอกสารทางการค้า ได้แก่ Invoice, Bill of Lading, Packing List หรือ Delivery Order โดยสามารถขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีที่ประเทศปลายทางตามกรอบความตกลงทางการค้าได้เช่นเดียวกับการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (การขอ Form) ซึ่งเป็นวิธีการที่สะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอนการดำเนินการ และลดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้ปรับปรุงระบบตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าแบบไร้กระดาษ (ROVERs PLUS) ในส่วนของการยื่นคำขอตรวจถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ชิลี (TCFTA) เพื่อรองรับการปรับปรุงกฎเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules: PSRs) จากเดิมที่อ้างอิงตามระบบพิกัดศุลกากรฮาร์โมไนซ์ (Harmonized System: HS) ฉบับปี 2012 (HS 2012) เป็นฉบับปี 2022 (HS 2022) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป อีกด้วย โดย กรมฯ ได้เปิดระบบ ROVERs PLUS ให้ผู้ประกอบการยื่นคำขอตรวจต้นทุนดังกล่าวไปแล้วตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2569 เพื่อให้สามารถนำผลต้นทุนไปใช้ประกอบการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าได้ทันตามกำหนด อย่างไรก็ตาม กรมฯ ขอให้ผู้ประกอบการตรวจสอบพิกัดศุลกากรของสินค้าด้วย หากเป็นสินค้าที่พิกัดฯ ยังคงเดิมและกฎถิ่นกำเนิดสินค้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง สามารถใช้ผลต้นทุนเดิมได้จนกว่าจะครบกำหนดอายุของผลต้นทุนดังกล่าว 

          ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยผู้ประกอบการสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1385 หรือกองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด โทร. 0 2547 4808 (Self-Origin Certification) หรือ 0 2547 4764 (ROVERs PLUS)

                          ----------------------------

By: วัฒนรินทร

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าอบรมผู้ควบคุมการใช้โดรนพ่นสาร ตั้งเป้า 5,000 ราย ทั่วประเทศภายในปี 70

ธ.ก.ส. เปิดตัวสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดมังกรหยก หน่วยละ 100 บาท ลุ้นโชคใหญ่ 10 ล้าน พร้อมลุ้นรางวัลพิเศษรวมกว่า 16 ล้านบาท