เปิดตัว “กิโมโนผ้าไทย” ที่ญี่ปุ่น สร้างโอกาสส่งออกใหม่ มียอดจองแล้วกว่า 90% เตรียมวางขายทั่วญี่ปุ่น มี.ค.69

เปิดตัว “กิโมโนผ้าไทย” ที่ญี่ปุ่น สร้างโอกาสส่งออกใหม่ มียอดจองแล้วกว่า 90% เตรียมวางขายทั่วญี่ปุ่น มี.ค.69

     นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  เปิดเผยว่า เมื่อวันที่  25 พฤศจิกายน 2568 ณ กรุงโตเกียว กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมกับสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) โดย ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT และบริษัท OMIYA Co., Ltd โดยนาย Shinya Fusamoto, CEO of OMIYA Co., Ltd.) ผู้ค้าผ้ากิโมโนรายสำคัญของนครเกียวโต เปิดตัวคอลเลคชั่น “กิโมโนผ้าไทย” อย่างเป็นทางการ ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว พร้อมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ผลักดันผ้าไทยสู่ตลาดญี่ปุ่น

          โครงการ Thai Kimono Project เกิดจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว และบริษัท Omiya จำกัด ที่มุ่งนำเสนอมิติใหม่ของความงามจากสองวัฒนธรรมระหว่างศิลปะงานทอผ้าอันล้ำค่าของไทย และศิลปะแห่งการสร้างสรรค์กิโมโนที่สืบทอดกันมายาวนานของญี่ปุ่น ผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการ Thai Kimono Project ได้นำผ้าทอไทยจากโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งพระองค์ได้ทรงฟื้นฟูภูมิปัญญาการทอผ้าไทยที่เปรียบเสมือนมรดกทางวัฒนธรรม และส่งเสริมให้ช่างทอท้องถิ่นสร้างสรรค์ผ้าแต่ละผืนด้วยความประณีตภายใต้แนวคิดการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและการควบคุมคุณภาพกิโมโนของบริษัท Omiya จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจในเกียวโตมาอย่างยาวนาน ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดงานหัตถกรรมไทยสู่สินค้าแฟชั่นระดับนานาชาติ โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นซึ่งให้ความสำคัญกับงานฝีมือ ลวดลายดั้งเดิม และคุณค่าทางวัฒนธรรม ซึ่งผ้าไทยไม่ใช่เพียงความงามทางวัฒนธรรม แต่เป็นสินค้าที่มีศักยภาพเชิงเศรษฐกิจระดับโลกได้ หากมีการต่อยอดอย่างสร้างสรรค์ให้เข้ากับวิถีของแต่ละประเทศ เช่น กิโมโนผ้าไทยในญี่ปุ่นที่สะท้อนทั้งมิตรภาพของสองชาติ และศักยภาพงานหัตถศิลป์ไทยบนเวทีสากล ซึ่งบริษัท OMIYA ได้ร่วมพัฒนาผ้าทอไทยกับชุมชนในจังหวัดสกลนครและนครพนม ภายใต้โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” โดยคัดสรรผ้าทอที่เหมาะสมกับคุณสมบัติของผ้ากิโมโน ก่อนพัฒนาสู่คอลเลคชั่นใหม่ 3 กลุ่ม ได้แก่

1.กิโมโนผ้าไทยจากผ้าทอพื้นถิ่นดอนกอยและนาหว้า

2.กิโมโนผ้าไทยจากแหล่งผลิตอื่นทั่วประเทศ

3.กิโมโนผลิตในญี่ปุ่นด้วยด้ายไหมไทยจากชุมชน

โดยชุดกิโมโนผ้าไทยล็อตแรกจะวางจำหน่ายทั่วญี่ปุ่นในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยมียอดจองแล้วกว่า 516 คำสั่งซื้อ คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.4 ล้านบาท สะท้อนการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคญี่ปุ่น ซึ่งเห็นคุณค่าในงานฝีมือและความร่วมสมัยของผ้าไทย ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นตลาดสำคัญของสินค้าไทย โดยไทยส่งออกสิ่งทอมูลค่ากว่า 1,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 และสินค้าสิ่งทอไทยส่วนใหญ่ได้รับสิทธิลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ภายใต้ความตกลง JTEPA

     “ผ้าทอมือไทยมีเสน่ห์เฉพาะตัว เป็นความ ‘ไม่สมบูรณ์แบบที่งดงาม’ ที่เครื่องจักรทำไม่ได้ ลวดลายพื้นถิ่นมีเอกลักษณ์ และสอดคล้องกับเทรนด์ความยั่งยืนที่ผู้บริโภคญี่ปุ่นให้ความสำคัญ” นางสาวสุนันทา กล่าว

           DITP มีแนวทางสร้างการรับรู้และคุณค่าของผ้าไทยในตลาดโลก ผ่าน 4 กลไกหลัก ได้แก่

   - การบูรณาการความร่วมมือกับ SACIT นักออกแบบ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมและการตลาด

   - การเล่าเรื่อง (storytelling) เกี่ยวกับลวดลาย เทคนิคการทอ และบทบาทของชุมชน

   - การพัฒนาผ้าไทยให้ร่วมสมัย ตอบโจทย์ผู้บริโภคต่างประเทศ

   - การผลักดันผ้าไทยสู่เวทีแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับโลก

     “การส่งเสริมผ้าไทยไม่ใช่เพียงการทำตลาด แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศ ตั้งแต่ต้นน้ำ—การผลิตผ้าและช่างทอ ไปจนถึงปลายน้ำ—ผู้ซื้อและแบรนด์ต่างประเทศ เพื่อให้ชุมชนมีรายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งมั่นใจว่าคอลเลคชั่นกิโมโนผ้าไทยจะได้รับการตอบรับที่ดี เนื่องจากกิโมโนคือสัญลักษณ์วัฒนธรรมของญี่ปุ่น การผสมผสานผ้าไทยเข้าไปจึงช่วยเพิ่มสีสันใหม่ให้แฟชั่นดั้งเดิม สร้างเอกลักษณ์ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมสองประเทศ เป็นการส่งเสริมงานหัตถศิลป์ร่วมกันระหว่างไทย–ญี่ปุ่น และจะนำไปสู่ความร่วมมือทางการค้าและการพัฒนาสินค้าร่วมสมัยในอนาคต” นางสาวสุนันทา กล่าว 

          อย่างไรก็ตาม DITP เตรียมขยายแนวคิดการพัฒนางานหัตถกรรมไทยไปสู่สินค้าไลฟ์สไตล์อื่น เช่น เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน เครื่องครัว สินค้าแฟชั่น และสินค้าวัฒนธรรม โดยทำงานร่วมกับดีไซเนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม และพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อยกระดับดีไซน์คุณภาพให้แข่งขันได้ในตลาดโลก พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายผ่านดิจิทัลและเครือข่ายสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่าในต่างประเทศ (สคต.) ทั่วโลก

          สำหรับผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เว็บไซต์ www.ditp.go.th หรือสายด่วน 1169 และสำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นผู้ขายบนเว็บไซต์หรือติดตามข้อมูลการค้าและคำสั่งซื้อจากทั่วโลกสามารถเข้าไปที่ แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ thaitrade.com

                            ----------------------------

By: วัฒนรินทร

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าอบรมผู้ควบคุมการใช้โดรนพ่นสาร ตั้งเป้า 5,000 ราย ทั่วประเทศภายในปี 70

ธ.ก.ส. เปิดตัวสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดมังกรหยก หน่วยละ 100 บาท ลุ้นโชคใหญ่ 10 ล้าน พร้อมลุ้นรางวัลพิเศษรวมกว่า 16 ล้านบาท

สั่งกรมทะเลฯ เดินหน้ามาตรการเข้ม รับมือพะยูนตายและการล่าเอาเขี้ยวพะยูน ย้ำ “ไม่ใช่แค่นับศพ แต่ต้องเปลี่ยนเป็นรักษาชีวิต”