กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศชวนผู้ประกอบการแบรนด์ไทยที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และใส่ใจสิ่งแวดล้อมเข้าร่วม IDEA LAB 7

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศชวนผู้ประกอบการแบรนด์ไทยที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และใส่ใจสิ่งแวดล้อมเข้าร่วม IDEA LAB 7 

     นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมีนโยบายส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้านการค้าระหว่างประเทศของไทย โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ไทยติดอันดับ 1 ใน 5 ของเอเชีย ในปี 2570 โดยโครงการบ่มเพาะแบรนด์ไทย หรือ IDEA LAB : Thai Brand Incubation Program หนึ่งในโครงการที่สะท้อนนโยบายดังกล่าว และมีความสำคัญตามภารกิจหลักของกรม และนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่จะช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่ ให้นำความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ นวัตกรรม และการสร้างแบรนด์ มาใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ด้วยการสร้างอัตลักษณ์และจุดแข็งของแบรนด์ตนเองเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการ Megatrends เพื่อต่อยอดสู่การประกอบธุรกิจและครองสัดส่วนตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน

           ในปีนี้โครงการบ่มเพาะแบรนด์ไทย จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 7 ภายใต้แนวคิด “BRANDIVERSE” ที่แสดงถึงการเข้าสู่โลกของการสร้างแบรนด์ โดยมีองค์ประกอบในมิติต่างๆ ที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญ และมุ่งพัฒนาการสร้างแบรนด์ เพี่อตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้าทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศสามารถขยายมูลค่าการค้าระหว่างประเทศได้อย่างยั่งยืน โดยจะเน้นการพัฒนาสินค้าในกลุ่ม BCG (Bio-Circular-Green Economy) โดยนำจุดแข็งของไทยที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นแหล่งวัตถุดิบทางการเกษตรชั้นดี มาพัฒนาสินค้าและสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งเพื่อตอบสนองนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการใช้ประโยชน์จาก Creative Culture ของไทย สร้างเรื่องราวให้กับสินค้าและบริการเชื่อมโยงกับภาคบริการ ตามนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ของประเทศ จากการจัดโครงการฯ มาแล้ว 6 รุ่น มีผู้ประกอบการเข้าร่วมและได้รับคู่มือการสร้างแบรนด์ รวม 98 แบรนด์ นับได้ว่าเป็นโครงการที่พัฒนาศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการในด้านการสร้างแบรนด์อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งผู้ประกอบการพึงพอใจและมองว่า โครงการนี้เป็นประโยชน์ ช่วยทำให้เห็นตัวตนชัดเจนมากยิ่งขึ้น เกิดการจัดระบบความคิดและบริหารทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ยังเป็น การสร้างประโยชน์แก่ชุมชนท้องถิ่น เนื่องจากมีผู้ที่นำเอาวัตถุดิบ ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการผลิต สินค้า ทำให้เกิดการขยายฐานการผลิตในภูมิภาค เกิดการสร้างงาน สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน อันนําไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานราก

            ด้าน นางสาวประอรนุช ประนุช ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กล่าวว่า โครงการบ่มเพาะแบรนด์ไทย รุ่นที่ 7 มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่ม คือกลุ่มผู้ประกอบการที่มีแนวคิดการดำเนินธุรกิจแบบ BCG จากทั่วทุกภูมิภาค ที่มีเครื่องหมายการค้าและมีอัตลักษณ์ของตนเอง มีการสร้างแบรนด์และพัฒนาธุรกิจตามแนวทาง Circular Design และกลุ่มผู้ประกอบการที่มีแนวคิดเกี่ยวของกับการส่งเสริม วัฒนธรรมสร้างสรรค์โดยมีสถานะอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ ผู้ประกอบการในกลุ่มสินค้านวัตกรรมอาหาร เช่น อาหารพร้อมปรุง อาหารพร้อมรับประทาน เครื่องดื่ม เครื่องปรุง ส่วนผสมในอาหาร ขนม ไอศกรีม , ผู้ประกอบการในกลุ่มสินค้าสุขภาพและความงาม เช่น ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย เครื่องประทินผิว เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สปา น้ำหอม อาหารเสริม , ผู้ประกอบการในกลุ่มสินคาแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ เช่น ผ้าผืน เสื้อผา สิ่งทอ เครื่องประดับแฟชั่น กระเป๋า รองเท้า เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ ของขวัญ ของตกแต่ง ของใช้ภายในบ้าน เครื่องเขียน งานหัตถกรรม  โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เข้าร่วมกิจกรรมเสวนาเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการสร้างแบรนด์แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักสร้างแบรนด์ไทยและแบรนด์ต่างประเทศชั้นนํา เพื่อการปรับตัวสู่การดำเนินธุรกิจในโลกยุคใหม่ และจากนั้นจะเป็นกิจกรรมบ่มเพาะเพื่อเสริมสร้างศักยภาพแบรนด์ ซึ่งเป็นการจัดพัฒนากลยุทธ์การสร้างแบรนด์แบบเฉพาะรายและการต่อยอดสู่ตลาดโลก โดยจะมีการพิจารณาคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 30 แบรนด์ในเดือนพฤษภาคมนี้ และคัดเลือกอีกครั้งจากการนำเสนอแนวทางกลยุทธ์การสร้างแบรนด์พร้อมสัมภาษณ์เพื่อให้ได้ 15 แบรนด์สำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการและพัฒนาเชิงลึก  การจัดทำแบบสรุปกลยุทธ์การสร้างแบรนด์และสินค้าในรูปแบบเฉพาะ (Customized Brand & Product Strategy) ร่วมกับคณะผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทำแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2567

     “ในปีนี้ทั้ง 15 แบรนด์ที่เข้าร่วมการอบรมเชิงลึกจะได้สร้างเครือข่ายเพื่อต่อยอดทางการค้าร่วมกับผู้ประกอบการ IDEA LAB รุ่นที่ 6 และเข้าร่วมกิจกรรมเตรียมความพร้อมแบรนด์และเพิ่มศักยภาพในการเจาะตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะเน้นที่ประเทศจีนและอินเดีย ตลอดจนการเจรจาจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์ (OBM) กับผู้ซื้อและผู้นำเข้าจากตลาดจีนและอินเดียต่อไป” นางสาวประอรนุช กล่าวเสริม

          ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการแบรนด์ไทยที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการบ่มเพาะแบรนด์ไทยรุ่นที่ 7 (IDEA LAB 7 : Thai Brand Incubation Program) ยังสามารถสมัครได้ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 ทาง https://bit.ly/4bfLHj0 ซึ่งผู้สมัครจะต้องผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมเสวนาฯ หรือชมวีดีโอกิจกรรมเสวนาฯ ย้อนหลัง หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 08 9519 5666

                             ---------------------------------

By: วัฒนรินทร

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าอบรมผู้ควบคุมการใช้โดรนพ่นสาร ตั้งเป้า 5,000 ราย ทั่วประเทศภายในปี 70

ธ.ก.ส. เปิดตัวสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดมังกรหยก หน่วยละ 100 บาท ลุ้นโชคใหญ่ 10 ล้าน พร้อมลุ้นรางวัลพิเศษรวมกว่า 16 ล้านบาท

สั่งกรมทะเลฯ เดินหน้ามาตรการเข้ม รับมือพะยูนตายและการล่าเอาเขี้ยวพะยูน ย้ำ “ไม่ใช่แค่นับศพ แต่ต้องเปลี่ยนเป็นรักษาชีวิต”