ก.ยุติธรรมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยโครงการกำลังใจแก่ผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษ

ก.ยุติธรรมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยโครงการกำลังใจแก่ผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษ ระหว่าง กองทุนกำลังใจในพระดำริ ฯ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และกรมราชทัณฑ์

      พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ ๙๐๘ รองประธานกรรมการกองทุนกำลังใจ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา กล่าวภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยโครงการกำลังใจแก่ผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษ ระหว่างกองทุนกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน และกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 10 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรุงเทพมหานคร ว่า กองทุนกำลังใจจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการโอกาสในสังคมไทย โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ต้องขัง กลุ่มผู้ถูกคุมประพฤติหรือผู้ที่เป็นจำเลย เพื่อให้ความช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้กับกลุ่มผู้ที่ก้าวพลาดทำให้ชีวิตต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และผู้ขาดโอกาสกลุ่มอื่นๆ ให้สามารถมีโอกาสกลับมาดำรงชีวิตเป็นคนดีของสังคมได้อย่างปกติสุข รวมทั้งเพื่อให้ผู้มีจิตกุศล และมีจิตศรัทธาได้รับทราบและสามารถเข้ามามีส่วนร่วมให้การช่วยเหลือ สนับสนุนแก่กลุ่มผู้ต้องการกำลังใจและผู้ขาดโอกาสเหล่านี้ และเพื่อส่งเสริมให้สังคมไทยเป็นสังคมที่พร้อมจะเป็นกำลังใจ และให้โอกาสแก่ผู้ที่แม้ชีวิตจะเคยก้าวพลาดแต่ก็พร้อมที่จะเริ่มชีวิตใหม่ เป็นคนดีของสังคม เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว กองทุนกำลังใจจึงร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และกรมราชทัณฑ์ ดำเนินพัฒนาทักษะชีวิตและเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษให้ได้รับการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะฝีมือในวิชาชีพ จนสามารถนำไปประกอบอาชีพ และมีรายได้ภายหลังพ้นโทษแล้ว

          ด้าน นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงต้นปี 2565 เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จทรงงานโครงการกำลังใจฯ ณ เรือนจำจังหวัดน่าน ทรงเปิด “มุมราชทัณฑ์ปันโอกาส สร้างอาชีพ” โดยกระทรวงยุติธรรมได้สนองพระดำริในการให้ความรู้และพัฒนาผู้ต้องขังให้มีทักษะความรู้และความพร้อมต่อการประกอบอาชีพ รวมทั้งได้ประสานความร่วมมือนำหลักสูตรและวิทยากรเข้ามา ซึ่งกระทรวงยุติธรรมได้รับความร่วมมือจากกระทรวงแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีการประชุมหารือร่วมกัน เพื่อให้ผู้ต้องขังได้ฝึกอบรมทักษะอาชีพต่างๆ เพื่อการวางแผนชีวิตและเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้พ้นโทษได้มีงานทำ ในปัจจุบันทราบว่ากรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้มีหลักสูตรการฝึกอาชีพให้ผู้ต้องขังในโครงการกำลังใจฯ และเริ่มดำเนินการอบรมมาแล้วตั้งแต่ปลายปี 2566 ความสำเร็จของงานในครั้งนี้ล้วนเกิดขึ้นมาจากการร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมมือ และร่วมพลังกันของกองทุนกำลังใจฯ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และกรมราชทัณฑ์ ซึ่งขอแสดงความชื่นชมในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนทำให้มีผลความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมจนถึงปัจจุบัน

           ขณะที่ นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ร่วมกับกองทุนกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และกรมราชทัณฑ์ จัดฝึกอบรมให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถาน โดยในปี 2567 มีแผนดำเนินการทั้งหมด จำนวน 30 แห่ง ในพื้นที่ 28 จังหวัด เป้าหมาย 980 คน ( 47 รุ่น) ที่ผ่านมาได้ดำเนินการแล้วจำนวน 23 แห่ง จำนวน 680 คน (30 รุ่น) แยกเป็นชาย 370 คน และหญิง 307 คน หลักสูตรที่ดำเนินการฝึก อาทิ บาริสต้า  การทำเบเกอรี่ การนวดเพื่อสุขภาพ การตัดเย็บเสื้อผ้าเบื้องต้น การปูกระเบื้อง ช่างซ่อมบำรุงรักษาเครื่องยนต์เล็กเพื่อการเกษตร ช่างติดตั้งและบำรุงรักษาโซล่าเซลล์ การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศในบ้าน ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร ช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ การบูรณาการความร่วมมือของทั้ง 3 หน่วยงาน จะเป็นแรงผลักดันและสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ต้องขังได้มีชีวิตที่ดีขึ้นหลังจากพ้นโทษแล้ว อีกทั้งกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญและเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยก้าวพลาดได้มีอาชีพใหม่ที่มั่นคง และส่งเสริมสังคมไทยให้เป็นสังคมที่พร้อมเป็นกำลังใจ
                             -----------------------------

By: วัฒนรินทร

#ปลัดกระทรวงยุติธรรม #พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ#โครงการกำลังใจแก่ผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษ #กองทุนกำลังใจในพระดำริฯ #กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน #กรมราชทัณฑ์ 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าอบรมผู้ควบคุมการใช้โดรนพ่นสาร ตั้งเป้า 5,000 ราย ทั่วประเทศภายในปี 70

ธ.ก.ส. เปิดตัวสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดมังกรหยก หน่วยละ 100 บาท ลุ้นโชคใหญ่ 10 ล้าน พร้อมลุ้นรางวัลพิเศษรวมกว่า 16 ล้านบาท

สั่งกรมทะเลฯ เดินหน้ามาตรการเข้ม รับมือพะยูนตายและการล่าเอาเขี้ยวพะยูน ย้ำ “ไม่ใช่แค่นับศพ แต่ต้องเปลี่ยนเป็นรักษาชีวิต”